เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile    
ค้นหา:
  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 18/01/2554
ปรับปรุงเวบเมื่อ 03/05/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 105


หมวดหมู่สินค้า/บริการ



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
ช้อปปิ้งมอลล์ใหญ่ที่สุดในไทย
อาณาจักรของมือสอง
ประมูลสินค้าออนไลน์
ตลาดค้าส่งสินค้า
หางาน-หาคน ฟรี.!
ระบบชำระเงินออนไลน์
ความรู้เกี่ยวกับ E-commerce
ตลาดสินค้าแฟชั่น







บ้านกายสิทธิ์ ต้องขอขอบคุณหลายท่านมากๆที่ให้ความสนใจเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าและบูชาของไปหลายรายการ ขอบคุณสำหรับการติดตามสอบถามข้อมูลมาตลอด

บทความ
พิธีกรรมการสร้างและปลุกเสกเครื่องรางของขลัง... (อ่าน 8437/ตอบ 0)

พิธีกรรมการสร้างและปลุกเสกเครื่องรางของขลัง

 

ครับท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน ก่อนที่ผมจะนำเรื่องราวของการปลุกวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังมาเสนอกัน ผมก็จะขอนำท่านผู้อ่านไปรู้จักวิธีการที่จะสร้างวัตถุมงคลแบบคร่าวๆกันเสียก่อน เพราะก่อนที่จะทำการปลุกวัตถุมงคล หากไม่มีวัตถุมงคลให้ปลุก ก็คงไม่มีการปลุกจริงมั๊ยครับท่านผู้อ่าน การที่จะทำการจัดสร้างวัตถุมงคลให้มีคุณภาพที่ดี มีอานุภาพความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างเต็มที่ ก็ต้องประกอบด้วยหลักการใหญ่ด้วยกัน 3 อย่าง นั่นก็คือ


        

1. อาจารย์ผู้ทำพิธีปลุกเสก หากผู้ทำพิธีปลุกเสกไม่มีวิชาคาถาอาคมจริง วัตถุมงคลก็คงจะเป็นแต่เพียง แค่วัตถุธรรมดาเท่านั้น
        

2. มวลสารหรือสิ่งที่จะนำมาทำเป็นวัตถุมงคล หากได้มวลสารที่ดี วัตถุมงคลที่สร้างก็ย่อมมีอานุภาพ ความขลังมากขึ้นตามไปด้วย มีมวลสารบางอย่างที่มีอยู่ในธรรมชาติ แม้ไม่ทำพิธีปลุกเสกก็มีอานุภาพความขลัง และความศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้วในตัวเองเช่น ว่านบางชนิด เหล็กไหล ไม้มะยมตายพราย ฯลฯ นอกจากมวลสารที่หามา จากธรรมชาติแล้วก็ยังมีมวลสารที่สร้างขึ้นเองด้วยการเขียนอักขระเลขยันต์ด้วยชอล์คบนแผ่น กระดานชนวน ซึ่ง เรียกว่าการลบผง เช่น ผงอิทธิเจ ผงตรีนิสิงเห ผงปัถมัง เป็นต้น

      

3. ฤกษ์ยามหรือเวลาที่ทำพิธีปลุกเสก โดยมากนักไสยศาสตร์และนักโหราศาสตร์ จะถือเรื่องเวลาฤกษ์ยามเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเชื่อว่า ฤกษ์งามยามดีย่อมก่อเกิดสิริมงคล หากเปรียบให้เข้าใจก็คล้ายกันกับเรื่องเวลาเกิดของคนเรา วันเดือนปีเกิดดี บุคคลนั้นย่อมบังเกิดแต่สิ่งดีๆในชีวิตเช่น อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์สินเงินทอง จะทำสิ่งใดก็ดีไปหมด ตรงกันข้ามกับคนที่เกิดวันเดือนปีไม่ดี ในชีวิตก็มักพบแต่อุปสรรคต่างๆ หรือพบแต่ความเดือดร้อนอยู่เสมอ เป็นต้น

 

ตามความเป็นจริงและจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองนั้น ผมยึดถือในข้อแรกเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด เพราะแม้ว่ามวลสารที่นำมาสร้างวัตถุมงคลจะไม่ดี หรือฤกษ์ยามที่จะทำพิธีการปลุกเสกไม่ดี หากตัวอาจารย์มีวิชาอาคมจริง และเป็นผู้มีศีลธรรม ก็ย่อมที่จะสามารถทำให้วัตถุมงคลมีความขลังได้เช่นกัน แต่ถ้าหากมีองค์ประกอบ ได้ครบทั้งสามอย่าง ก็จะยิ่งดีขึ้นไปอีก เพราะจะทำให้วัตถุมงคลที่สร้างขึ้นนั้น บังเกิดอานุภาพความขลัง และความศักดิ์สิทธิ์เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ท่านผู้อ่านคงจะเคยได้พบเห็นหรือได้ทราบข่าวเกี่ยวกับพิธีพุทธาภิเษกและพิธีมหาพุทธาภิเษกกันตามวัดทั้งหลาย ซึ่งมักจัดพิธีใหญ่โต และก็มีบรรดาพระสงฆ์ที่ได้รับยกย่องให้เป็นเกจิอาจารย์อันมีชื่อเสียงไปทำพิธีกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็เป็นวิธีการชวนเชื่ออย่างหนึ่ง เพื่อให้ผู้คนมาเช่าซื้อวัตถุมงคลกันมากๆ แท้ที่จริงแล้ววัตถุมงคลที่ดีมีอานุภาพขลังและศักดิ์สิทธิ์นั้น ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องมีพิธีใหญ่โต ใช่ว่าทำพิธีใหญ่โตแล้ววัตถุมงคลจะมีความขลัง หากอาจารย์ผู้ทำพิธีปลุกเสกมีวิชาอาคมและพลังจิตดีไม่ว่าจะเป็นพระ หรือฆราวาสก็ตาม วัตถุมงคลที่สร้างออกมาก็ขลังได้ แม้ว่าจะปลุกเสกเพียงท่านเดียวก็ตามที และหากท่านผู้อ่านได้มีโอกาสทราบถึงเบื้องหลังของวัดบางแห่งหรือพระบางรูปที่จัดสร้างวัตถุมงคลกันออกมา ว่าแท้ที่จริงเป็นเรื่องของการหาผลประโยชน์ส่วนตัวกันละก้อ ไม่แน่นักว่าท่านผู้อ่านอาจจะเกิดความรู้สึกขยาด และพาลเลิกเช่าซื้อวัตถุมงคลกันไปเลยชั่วชีวิตก็เป็นได้

 

ท่านผู้อ่านได้ทราบถึงวิธีการสร้างวัตถุมงคลกันไปบ้างพอสมควรแล้ว คราวนี้ก็มาเริ่มเข้าสู่เรื่องราวของการปลุกวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังกันเสียทีครับ การปลุกวัตถุมงคลนั้นแตกต่างกับการปลุกเสกวัตถุมงคลกันนะครับ เพราะเป็นคนละอย่างกัน การปลุกเสกวัตถุมงคลคือพิธีกรรมที่จะทำให้วัตถุมงคลเกิดอานุภาพความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ แต่การปลุกวัตถุมงคลเป็นพิธีในการตรวจสอบอานุภาพความขลังของวัตถุมงคล ซึ่งเรียกกันตามภาษาชาวบ้านทั่วไปว่า " ปลุกของ " นั่นแหละครับ การปลุกของนั้นมีอยู่ 2 ประเภทด้วยกันคือ

 

     

1. การปลุกของที่อยู่ในร่างกายของคนที่ได้เข้าพิธีกรรมทางไสยศาสตร์บางอย่างเช่น การสักยันต์ต่างๆ หรือผ่านการฝังวัตถุมงคลบางชนิดไว้ในร่างกาย เป็นต้น การปลุกแบบนี้เป็นการทดสอบว่าอานุภาพความขลังของ สิ่งต่างๆที่ลงไว้ในตัว ยังคงอยู่หรือว่าเสื่อมหรือเปล่า เพื่อให้เกิดความมั่นใจนั่นเอง


      

2. การปลุกของที่เป็นพวกวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังต่างๆ การปลุกชนิดนี้เป็นวิธีการ
อย่างหนึ่ง เพื่อใช้พิสูจน์ว่าวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังนั้นๆ มีอานุภาพความขลังหรือพุทธคุณอยู่จริงหรือไม่ หรือมีอานุภาพความขลังมากหรือน้อยเพียงใด นอกจากนี้แล้วการปลุกวัตถุมงคลบางอย่างนั้น ยังเป็นการอัญเชิญเรียกสิ่งที่อยู่ในวัตถุมงคลนั้น ซึ่งมักจะมีคาถาปลุกเฉพาะตัวของวัตถุมงคลนั้นๆเช่น รักยม กุมารทอง สาริกาลิ้นทอง แม่นางกวัก ฯลฯ

 

การปลุกวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังต่างๆ เท่าที่ผมพบเห็นอยู่เสมอ โดยมากผู้ที่เป็นผู้ปลุกมักจะมีวิธีการปลุกวัตถุมงคล โดยนำวัตถุมงคลมาใส่ไว้ในมือ แล้วพนมมือบ้าง ประสานมือเอาไว้บ้าง กำวัตถุมงคลไว้ในมือบ้าง ซึ่งก็สุดแท้แต่ละท่านจะถนัดกันไป ต่อจากนั้นก็จะท่องคาถาก็มี หรือกำหนดจิตก็มี สุดแท้แต่วิธีของแต่ละท่าน หากวัตถุมงคลที่ปลุกนั้นมีอานุภาพความขลังอยู่จริง หรือมีพุทธคุณใดๆอยู่จริง ก็จะบังเกิดปฏิกิริยาอาการแก่ตัวของผู้ที่ปลุกวัตถุมงคลกันไปต่างๆนาๆเช่น มีอาการสั่นไปทั้งตัวเหมือนคนทรงเจ้าบ้าง สั่นเฉพาะที่มือซึ่งมีวัตถุมงคลอยู่เท่านั้นบ้าง มีอาการขนลุกซ่านไปทั้งตัว หรือเฉพาะเพียงบางส่วนของร่างกายบ้าง เกิดอาการวูบๆวาบๆในตัวหรือมีอาการคล้ายกล้ามเนื้อเกร็ง อาการต่างๆนี้มิได้เกิดเหมือนกันทุกคน สุดแท้แต่ละท่านกันไปว่าจะเกิดอาการอะไร หากจะจัดแบ่งความสามารถของผู้ปลุกวัตถุมงคลต่างๆ ก็จะจัดแบ่งความสามารถของผู้ปลุกวัตถุมงคลต่างๆได้ด้วยกัน 5 ระดับ ซึ่งแต่ละระดับนั้นเท่ากับเป็นการวัดความสามารถของผู้ปลุกวัตถุมงคลนั้นว่า มีความสามารถในการปลุกเป็นที่น่าเชื่อถือได้หรือไม่อีกด้วย ซึ่งจัดแบ่งระดับต่างๆได้ดังนี้คือ

 

     

1. ปลุกวัตถุมงคลแล้วเกิดปฏิกิริยาอาการกับวัตถุทุกชนิด ไม่ว่าจะมีความขลังหรือไม่มีก็ตาม มักเรียกกันว่า" ปลุกแล้วขึ้น " ซึ่งมักเกิดอาการเช่นนี้กับผู้ที่ยังขาดประสบการณ์ หรือเริ่มหัดปลุกมือใหม่ จึงทำให้เกิดความเข้าใจ ผิดคิดว่า ปลุกขึ้นเพราะเกิดจากอำนาจความขลังหรืออำนาจ ของพุทธคุณในวัตถุมงคลที่ปลุกนั้น
     

2. ปลุกวัตถุมงคลแล้วไม่เกิดปฏิกิริยาอาการใดๆเลย แม้ว่าวัตถุมงคลนั้นจะมีอานุภาพความขลัง หรือมี พุทธคุณมากเพียงใดก็ตาม อาการเช่นนี้จะเกิดกับผู้ที่ได้ผ่านอาการในระดับที่หนึ่งไปแล้ว ก็จะเข้าสู่ระยะที่สองนี้ เป็นระยะที่เรียกว่า " ปลุกไม่ขึ้น" 
     

3. ปลุกวัตถุมงคลแล้วเกิดปฏิกิริยาอาการต่างๆ เฉพาะแต่วัตถุมงคลที่มีความขลังอยู่จริง หรือมีอำนาจ พุทธคุณอยู่จริงเท่านั้น หากวัตถุมงคลไม่ขลังหรือไม่มีพุทธคุณ ก็จะไม่เกิดปฏิกิริยาอาการใดๆกับตัวของผู้ที่ปลุก ซึ่งในระดับนี้เป็นระดับที่ผู้ปลุกจะสามารถแยกแยะวัตถุมงคลต่างๆได้ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง เมื่อผู้ปลุกผ่านพ้นระดับที่หนึ่งและที่สองแล้ว ก็จะเข้าสู่ระดับที่สามนี้
     

4. เพียงแค่สัมผัสหรือจับถูกวัตถุมงคลก็ทราบทันทีว่าวัตถุมงคลนั้นๆมีอานุภาพความขลังหรือมีพุทธคุณ อยู่จริง หรือไม่จริงซึ่งมักจะเรียกระดับนี้กันว่า " จับพลัง " นั่นเอง
    

5. ไม่ต้องสัมผัสหรือไม่ต้องจับถูกวัตถุมงคลก็สามารถทราบได้ว่าวัตถุมงคลนั้นๆมีอานุภาพ
ความขลัง หรือมี ีอำนาจของพุทธคุณอยู่จริงหรือไม่ เมื่อผู้ปลุกวัตถุมงคลฝึกฝนจนผ่านพ้นทั้งสี่ระดับหรือพ้นระยะที่สี่ ก็จะเข้าสู่ระดับที่ห้านี้ไปเองโดยอัตโนมัติ จะมีความรู้สึกในตัวหรือเกิดปฏิกิริยาอาการในตัวทันที เมื่อร่างกายของเราเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ หรือมีอำนาจของพุทธคุณใดๆอยู่ในสถานที่นั้น หรืออยู่ใกล้ๆ

นำเรื่องราวการปลุกเสกวัตถุมงคล และการปลุกวัตถุมงคลมาให้อ่านกันแล้วไม่พูดถึงเรื่องการใช้วัตถุมงคลว่า ต้องทำกันอย่างไรหรือใช้วัตถุมงคลกันอย่างไร จึงจะเกิดอานุภาพความขลังได้ มันก็เหมือนการรับประทานแต่ข้าวเปล่า แต่ไม่มีกับข้าวยังไงยังงั้น เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินหรือได้ฟังกันมาบ้างถึงเรื่องของผู้ที่มีวัตถุมงคลที่ดีเลิศ ราคาก็แสนแพง แต่วัตถุมงคลนั้นกลับไม่สามารถคุ้มครองป้องกันตัวหรือช่วยเหลือแก่ตัวได้เลยกันมาบ้างใช่มั๊ยล่ะครับ หากจะเปรียบเทียบก็เหมือนกับผู้ที่มีปืนซึ่งมีกระสุนบรรจุเต็มลำกล้อง แต่พอถึงเวลาที่จะต้องใช้ปืน พอชักปืนออกมาแล้วกลับใช้ปืนที่มีอยู่ไม่เป็นหรือใช้ไม่ได้ หมายถึงว่าไม่รู้จักวิธีที่จะยิงปืนและไม่รู้ประสิทธิภาพของปืนกระบอกที่ใช้นั้นนั่นเองแหล่ะครับ ดังนั้นหากท่านผู้อ่านจะเสาะหาวัตถุมงคลมาบูชา ก็สมควรจะรู้จักวิธีการที่บูชา และการใช้วัตถุมงคลนั้นๆให้ดี ตลอดจนทราบขีดจำกัดและความสามารถของวัตถุมงคลที่เช่าซื้อมาด้วย ก็จะทำให้ท่านใช้วัตถุมงคลที่นำมาบูชาได้เกิดผล และไม่ทำให้ต้องผิดหวัง วัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน บางชนิดมีกฎข้อห้ามบางอย่างเช่น ห้ามรอดราวผ้า ห้ามรอดต้นกล้วยกำลังจะล้ม ห้ามรอดสะพานที่ไม่บรรจบกันทั้งสองฝั่ง ห้ามผิดศีลบางข้อเช่น ห้ามโกหกหรือพูดจาหยาบคาย ห้ามด่าบุพการี ห้ามเป็นชู้ ห้ามดื่มทานเหล้า ห้ามรับประทานเนื้อสัตว์บางจำพวกหรือห้ามทานผลไม้บางชนิด วัตถุมงคลบางชนิดนอกจากมีกฎข้อห้ามแล้ว ก็อาจมีข้อให้ยึดถือปฏิบัติบางอย่างเช่น ทุกวันพระต้องถวายเครื่องบูชาหรืออาหาร หรือต้องทำบุญใส่บาตร เป็นต้น
          นอกจากท่านผู้อ่านสมควรที่จะต้องเข้าใจถึงวิธีการปฏิบัติต่างๆในการใช้วัตถุมงคลและขีดความสามารถของวัตถุมงคลที่เสาะหามาแล้ว ก็ยังมีข้อควรที่จะต้องรู้อีกบางประการในการใช้วัตถุมงคล ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะมองข้ามไป และถือว่าเป็นหัวใจอันสำคัญกว่ากฎข้อห้ามหรือข้อปฏิบัติในการใช้วัตถุมงคลเสียอีกนั่นก็คือ

 

     

1.ผู้ใช้วัตถุมงคลต้องมีความศรัทธาเชื่อมั่น และเชื่อถือต่อวัตถุมงคลที่เรานำมาบูชาหากขาด
ความ เชื่อมั่นศรัทธาเสียแล้ว วัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังนั้นก็คงจะไม่ต่างกับก้อนหินหรือก้อนดินธรรมดาๆ เท่านั้น เอง แม้จะมีความขลังสักปานใดก็ตาม และในทางตรงกันข้าม บางครั้งวัตถุมงคลที่ได้มานั้นอาจจะ ไม่มี ความขลังอยู่เลยก็ตาม แต่ใจเรามีความเชื่อถือมั่นและศรัทธา วัตถุมงคลที่ไม่มีการปลุกเสกนั้น ก็อาจจะ แสดง อานุภาพความขลังได้เหมือนกัน
     

2.วิบากกรรมหรือแรงกรรม วัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังใดๆ แม้จะมีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์สักเพียงใดก็ตาม ก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่อผลของวิบากกรรมของแต่ละคน ดังคำพระที่ว่า" วิบากกรรมฤทธิ์ย่อมอยู่เหนืออิทธิฤทธิ์ " ในช่วงที่คนเรากำลังดวงชะตาตก หรือผลแห่งกรรมกำลังส่งผล วัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังทุกชนิด ก็จะลดอานุภาพความขลังหรือความศักดิ์สิทธิ์ลง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็มีเพียงหนทางเดียวที่จะทำให้วัตถุมงคลหรือเครื่องรางกลับมาขลังได้เต็มที่นั่นก็คือ จะต้องหาทางทำให้ผลของวิบากกรรมบรรเทาลง หรือทำให้วิบากกรรมนั้นๆกลายเป็นอโหสิกรรมเสียก่อน ผมเองเคยมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งมีอาชีพรับใส่กรอบพระ และรับเช่าซื้อพระเครื่อง เวลามีคนนำพระเครื่องมาให้ดู ก็มักจะหลอกลวงเขา ของแท้ก็บอกปลอม ของปลอมก็บอกจริง ชอบพานักร้องไปนอน พอท้องก็ให้ไปทำแท้งเอาเด็กออก เป็นประจำอยู่เสมอ และเพื่อนคนนี้ก็มีวัตถุมงคลเครื่องรางของขลังเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในรถยนต์ที่ใช้ เรียกว่ามีเป็นร้อย ทั้งที่ติดตัวอีกก็ไม่น้อย ตะกรุดคาดเอวบางดอกก็เคยทดลองใช้ปืนยิงมาแล้วว่ามีความขลังจริงด้วยซ้ำไป แต่ถึงคราววิบากกรมส่งผล เพื่อนคนนี้ได้ประสบอุบัติเหตุขับรถชนกับรถมอเตอร์ไซค์แล้วเสียหลัก รถพุ่งลงสู่แม่น้ำเสียชีวิตทันที ทั้งที่มีของขลังมากมายทั้งในรถยนต์และในร่างกาย
       

สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะเตือนก็คือ หากท่านผู้อ่านคิดจะหาของขลังมาใช้ ขอให้ถามใจตัวเองเสียก่อนว่า ใจเราต้องการวัตถุมงคลที่มีความขลัง หรือต้องการวัตถุมงคลที่มีแต่ราคาแพงและเป็นที่นิยมกัน เพราะแท้จริงแล้วของขลังของดีนั้นไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไปหรอกนะครับ หรือจะต้องเป็นที่นิยมกันในวงการพระเครื่องกันหรอกครับ

 

เทคนิค การเรียนไสย์ศาสตร์ ให้ได้ผลจริง
เคล็ดลับ
1.เมือเวลาท่องใช้คาถาจะต้องมีความเชื่อมั่นว่าเป็นของวิเศษมีอำนาจอยู่ในมนต์
2.รวมจิตเป็นจุดเดียวเหมือนแว่นขนาดรวมแสงอาทิตย์เป็นจุดเดียวสามารถเผากระดาษได้
เคล็ดลับมีเท่านี้ นอกนั้นจะเป็นบทเสริม เวลาจิตอ่อนแอ การนำพลังจิตมาใช้ให้ได้ผลเหมือนตอนจิตปกติได้อย่างไร

 

พลังจิต คือการฝึนฝนทางด้านจิต ทดสอบจิตตนเอง จนชำนาญ
พลังจิต บางอย่าง เกิดจาก ร่างกายเราสมดุลกับธรรมชาติ เช่น
ความฝัน ถึงอนาคต แล้ว เกิดขึ้นจริง โดยตัวเองไม่เคยนึกถึง
ทุกคนในโลกมีพลังจิต อยู่ที่ จะนำมาใช้น้อยหรือมาก พลังจิต ไม่ใช่ สิ่งที่ทำกันง่ายๆ ไสยศาสตร์ มันคือความคิดของ ตนเอง เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถ มองเห็นก็ตาม แต่อย่างไร ไสยศาสตร์ เกิดจาก สิ่งมีชีวิต หรือ ธรรมชาติ สร้างขึ้นซึ่งก็มาจากพลังจิตอีกนั้นแหละ

 

คาถา 16 พระองค์ (ตามประวัติ ว่าไวว่าได้เอาคำนำหน้าพระพุทธเจ้าทั้ง16องค์มาผูกเป็นคาถา)

นะมะนะอะ  นอ กอ นะ กะ  กอ ออ นอ อะ  นะอะกะอัง  อุมะ อะ มิ   มะ หิ สุ ตัง

 สุ นะพุท ทัง   อะสุ นะ อะ

วิธีใช้ ท่อง 5 รอบ เป่า 1 ครั้งรักษาโรค ปวด ต่างๆได้ดี แต่สำหรับคนฝึกใหม่ๆหรือฝึกบ้างไม่ฝึกบ้าง จะเป่าให้อาการปวดลดลง 1 ใน 4 ต้องฝึกอย่างน้อย 3 เดือนสำหรับผู้ที่เคยฝึกจิตมาก่อน และ 3 ปีก สำหรับผู้ไม่เคยฝึกอะไรเลย มีเทคนิคอย่าง ถ้าเวลาท่อง ให้ท่อง108 หนแล้วเป่า1 คลังหยิบส่วนที่ปวดออก 3 ครั้ง อาการปวดจะลดลงกว่าครึ่งหรือหายเลย แต่ อีก 1-3 ชม.จะกลับมาอีก ขาพริค ขายอก นิ้วซ้น ก็ยังหาย

ตอนเด็กๆผมเคยฝึกแบบเชื่อครึ่งกลาง รักษาได้บ้างไม่ได้บ้าง ทำไม่ได้จนท้อหมดความเชื่อ ว่าคาถามีจริง ไปแล้ว แต่ ก็ ท่องบ่นเล่นไปจนถึงปีกที่ 3 มีอยู่วันหนึ่งผมไปช่วยแม่ผมเข็นรถขายของกลับบ้าน รู้สึกปวดขามาก นึกในใจขึ้นมาว่า เออรองเป่าคาถาเล่น ดูดิ ในใจก็หมดความเชื่อคิดว่าไม่หายแน่ แต่---------พอเป่าไปครั้งแรก แทบไม่อยากเชื่อตัวเอง อาการปวดขาปวดน่องลดลงไปกว่าครึ่งแทบจะหาย แต่พอเป่าอีกที อาการปวดกลับมาแต่น้อยกว่าครั้งแรกมาก เป่าครั้งที่ 3 หายสนิทเลย ผมดีใจมากแทบตัวลอย เราก็สามารถทำได้เหมือนกัน เพื่อนลองดูนะคับ ผมทำได้แล้ว ผมถึงมาบอก พวกท่านจะได้รู้ว่าโลกนี้ยังมีเวทมนต์คาถาอยู่จริงๆ ถ้าไม่เชื่อก็ไม่เป็น ไร ถือเป็นการฝึกสมาธิโดยการท่องคาถา แต่ขอบอกก่อนว่าถ้าจะเอาการฝึกสมาธิเพื่อช่วยเสริม พลังคาถา คิดผิดมันจะตัดพลังเวทย์เราให้น้อยลงดังนั้นควรทำตามทีผม โพสไว้แต่แรกแล้ว กว่าผมจะได้ พบเคล็ดลับนี้ ผมรองผิดรองถูก มา 10 กว่าปีกับเพื่อน อีกอย่างคาถานี้ไม่ได้แก้ปวดอย่างเดียว ยังใช้เสกน้ำมนต์ หรือ ทราย ไล่ผี ถอนคุณของได้อีก เวลาฝึกต้องนึกถึง คุณประโยชน์นี้ไว้ ถึงจะได้ผลทำให้เสริมพลังคาถาให้แข็งขึ้นและถูกหลักการ

 

สินค้า/บริการ แนะนํา
ดาวอาถรรพ์ แม่เนื้อหอมใหญ่ รุ่นแรก ลพ.ผินะ
ราคา 0.00 บ.
ตุ๊กตาทองเรืองฤทธิ์ เก่ายุคต้น หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม
ราคา 20,000.00 บ.
กุมารทองเรืองฤทธิ์ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ จ.นครสวรรค์
ปกติ 5,000.00 บ.
พิเศษ 4,500.00 บ.
วัวธนูของหลวงปู่คำแสน คุณาลังกาโร วัดป่าดอนมูล อำเภอสันกำแพง จ.เชียงใหม่
ปกติ 45,000.00 บ.
พิเศษ 33,750.00 บ.
ตระกรุดโทนหนังควายตายพราย (องค์ครู) ครูบาชุ่ม วัดวังมุย จ.ลำพูน
ปกติ 12,000.00 บ.
พิเศษ 10,200.00 บ.
แมงสี่หูห้าตา พญาอินทร์แปลง ครูบาชัยวงศ์ฯ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน
ราคา 20,000.00 บ.
ยันต์หนีบ ครูบาวัง วัดบ้านเด่น จ.ตาก
ปกติ 12,000.00 บ.
พิเศษ 9,000.00 บ.
สีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง
ราคา 3,000.00 บ.
เดือยพญางูเหลือม
ปกติ 4,000.00 บ.
พิเศษ 3,600.00 บ.
วัวธนู ครูบานันตา วัดทุ่งม่านใต้ จ.ลำปาง
ราคา 15,000.00 บ.
ตำนานผ้ายันต์ม้าเสพนาง ครูบาวัง แห่งล้านนา
ปกติ 5,000.00 บ.
พิเศษ 4,500.00 บ.
น้ำมันนะรัญจวน (เซเฮกิ).....ที่สุดของมงคลเมตตามหาเสน่ห์แห่งยุค
ปกติ 1,000.00 บ.
พิเศษ 900.00 บ.
สร้อยประคำแม่ตานี
ราคา 3,500.00 บ.
บ่วงนาคบาศล้านนา
ราคา 0.00 บ.
ลูกอมผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ. ระยอง
ราคา 3,000.00 บ.
ไม้แยงแย้กายสิทธิ์
ปกติ 2,000.00 บ.
พิเศษ 1,400.00 บ.
ม้าเสพนาง เนื้อผงอาถรรพ์ยุคต้น ครูบาวัง
ปกติ 5,000.00 บ.
พิเศษ 4,500.00 บ.
พญาเต่าเรือนจินดามณี หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม
ปกติ 10,000.00 บ.
พิเศษ 9,000.00 บ.
หุ่นพยนต์อาถรรพ์ ของ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองฯ
ราคา 35,000.00 บ.
ตัว พ. พาน มหัศจรรย์ ของหลวงปู่เย็น
ราคา 3,500.00 บ.
ผ้ายันต์พระพุทธ ๘ ทิศ ครบรอบ ๗๘ ปี หลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.อยุธยา
ราคา 8,000.00 บ.

หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//